วันอังคารที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2561

แบบฝึกหัดท้ายบท บทที่1-8


แบบฝึกหัดบทที่1

1.จงอธิบายถึงความหมายของการจัดการศึกษาปฐมวัยตามความเข้าใจของนักศึกษา
   -การจัดการศึกษาที่เป็นพื้นฐานของชีวิต เพื่อหาวิธีการช่วยเหลือเด็กให้เจริญเติบโตและมีการพัฒนาได้อย่างเต็มที่

2."เด็กปฐมวัยเป็นพื้นฐานของชีวิต" จากคำกล่าวนี้จงอธิบายตามความเข้าใจของนักศึกษา
   -เป็นวัยที่สำคัญที่สุดของช่วงชีวิตในการปูพื้นฐานและพัฒนาไปเป็นผู้ใหญ่ที่สมบูรณ์ในอนาคต

3.เด็กปฐมวัยมีความสำคัญต่อการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์อย่างไร
   -เป็นวัยเริ่มต้นของชีวิตมนุษย์และเป็นช่วงวัยที่สำคัญที่สุดเพราะเป็นช่วงวัยของการวางรากฐานและเตรียมตัวเพื่อชีวิตและยังเป็นช่วงที่เกิดการเรียนรู้มากที่สุด

4.เด็กปฐมวัยมีความสำคัญในการจัดการศึกษาและเรียนรู้อย่างไร จงอธิบาย
   -เด็กในช่วงอายุ2-6ปี เด็กเริ่มเรียนรู้ภาษาพูดและเรียนรู้สิ่งต่างๆได้ดีขึ้นการเรียนรู้อยู่ในลักษณะจำกัด เด็กวัยนี้จึงจำเป็นต้องได้รับการฝึกใช้ประสาทสัมผัส การจัดสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมช่วยพัฒนาในการคิดการเรียนรู้เพื่อพัฒนาโครงสร้างทางสติปัญญาให้สมบูรณ์

5.จงอธิบายถึงจุดมุ่งหมายของการจัดการศึกษาปฐมวัยตามความเข้าใจของนักศึกษา
    -เพื่อส่งเสริมพัฒนาการทางกายของเด็กอย่างเต็มที่
    -เพื่อส่งเสริมพัฒนาการทางบุคลิกภาพ อารมณ์ และสังคม
    -เพื่อให้เด็กมีนิสัยขยันขันแข็ง ซื่อสัตย์ มีระเบียบวินัย
    -เพื่อส่งเสริมความคิดด้านต่างๆ
    -เพื่อเชื่อมโยงความสัมพันธ์ระหว่างบ้านกับโรงเรียน

6.จงอธิบายสรุปถึงการสึกษาปฐมวัยกับพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2542 (ฉบับปรับปรุงแก้ไขเพิ่มเติม2545)
   -การพัฒนาเด็กปฐมวัยให้มีศักยภาพรัฐบาลต้องให้ความสำคัญและมีนโยบายและแผนในการพัฒนาเด็กปฐมวัย เพื่อเป็นแนวทางในการพัฒนาอย่างมีเป้าหมายและถูกต้องตามหลักวิชาการ

7.จงอธิบายสรุปนโยบายและแผนพัฒนาเด็กปฐมวัย
   -เด็กและเยาวชนซึ่งไม่มีผู้ดูแล มีสิทธิได้รับการเลี้ยงดูและการศึกษาจากรัฐ
   -รับต้องคุ้มครอง พัฒนาเด็กและเยาวชนเสริมสร้างความเข้มแข็งของครอบครัวและชุมชน
   -แผนการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ :การพัฒนาคน ปฏิรูปการศึกษา
   -แผนการศึกษา :จัดตั้งศูนย์พัฒนาครอบครัว สนับสนุนให้มีศูนย์เลี้ยงเด็กก่อนวัยเรียนที่มีคุณภาพ
   -หน่วยจัดบริการและพัฒนา :กระทรวงศึกษาธิการ  กระทรวงสาธารณะสุข กระทรวงมหาดไทย

8.จงอธิบายถึงแนวคิดเกี่ยวกับพัฒนาการกับการจัดการศึกษาปฐมวัย
   -พัฒนาการเด็กปฐมวัยบ่งบอกถึงการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในตัวเด็กอย่างต่อเนื่องในแต่ละวัยเริ่มตั้งแต่ปฏิสนธิถึง5ปี

9.จงอธิบายถึงแนวคิดเกี่ยวกับการเล่นของเด็กกับการจัดการศึกษาปฐมวัย
   -การเล่นเป็นทางที่เด็กสร้างประสบการณ์เรียนรู้สิ่งแวดล้อม เรียนรู้ความเป็นแบบอย่างของผู้อื่น สร้างความสัมพันธ์และอยู่รวมกับผู้อื่น

10.จงอธิบายถึงแนวคิดเกี่ยวกับวัฒนธรรมและสังคมกับการจัดการศึกษาปฐมวัย
    -บริบททางสังคมที่เด็กอาศัยอยู่ทำให้เด็กมีความแตกต่างกันไปครูจำเป็นต้องเข้าใจและยอมรับ ต้องเรียนรู้บริบททางสังคมของเด็กเพื่อช่วยให้เด็กได้พัฒนา เกิดการเรียนรู้ได้อย่างราบรื่นมีความสุข


แบบฝึกหัดบทที่2

1.จงอธิบายถึงแนวคิดของคอมมิวนิอุสในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการศึกษาปฐมวัย
   -เด็กเกิดมาพร้อมกับความดีงาม
   -ครอบครัวเป็นจุดเริ่มต้นของการศึกษา
   -การศึกษาจัดเพื่อตอบสนองต่อธรรมชาติ อายุและความต้องการของผู้เรียน

2.จงอธิบายถึงแนวคิดของรุสโซในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการศึกษาปฐมวัย
   -เด็กไม่ใช่ผู้ใหญ่ย่อส่วน
   -การศึกษาควรเริ่มตั้งแต่แรกเกิดจนถึงอายุ25ปี
   -การศึกษาควรพัฒนาเด็กให้เป็นไปตามธรรมชาติ
   -การรับรู้จากการใช้ประสาทสัมผัสเป็นพื้นฐานในการแสวงหาความรู้ของมนุษย์

3.จงอธิบายถึงแนวคิดของเปตาลอซซี่ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการศึกษาปฐมวัย
   -ครูจะต้องคำนึงถึงธรรมชาติและคามพร้อมของเด็ก
   -เด็กควรแสวงหหาความรู้จากประสบการณ์ตรงด้วยการใช้ประสาทสัมผัส

4.จงอธิบายถึงแนวคิดในการจัดตั้งโรงเรียนสวนเด็นของโฟรเบล
   -การเล่นคือหัวใจสำคัญของการเรียนรู้
   -การเรียนรู้ของเด็กพัฒนาจากสิ่งที่เป็นรูปธรรมไปสู่นามธรรม
   -การจัดการศึกษาควรคำนึงถึงธรรมชาติ ความถนัด ความแตกต่างของเด็กแต่บุคคล

5.จงอธิบายถึงแนวคิดในการจัดการศึกษาปฐมวัยของมอนเตสซอรี่
   -การศึกษาควรเริ่มตั้งแต่เกิด
   -กระบวนการเรียนรู้ที่สมบูรณ์ของเด็กคือช่วง6ปีแรกของชีวิต
   -การพัฒนาความรู้ของเด็กเกิดจากการมีปฏิสัมพันธืกับบุคคล

6.จงอธิบายถึงแนวคิดในการจัดการศึกษาปฐมวัยของดิวอี้
   -การเรียนรู้ที่ดีคือการสอนให้ผู้เรียนได้ฝึกการคิก การลงมือทำ และแสวงหาความรู้ด้วยตนเอง
   -การจัดการศึกษาควรคำนึงถึงความแตกต่างระหว่างบุคคล
   -ควรส่งเสริมให้ผู้เรียนมีความคิดริเริ่มและมีอิสระในการคิด
   -การศึกษาคือชีวิตและความเจริญงอกงาม

7.การนำแนวคิดด้านความต้องการพื้นฐานของมนุษยืไปใช้ในการจัดการศึกษาปฐมวัยได้อย่างไรจงอธิบาย
   -การทำความเข้าใจในความต้องการของเด็กเพราะจะทำให้ตอบสนองหรือจัดการศึกษาให้ตรงตามความต้องการของเด็กได้อย่างถูกต้องเหมาะสม

8.การนำแนวคิดด้านพัฒนาการทางสติปัญญาไปใช้ในการจัดการศึกษาปฐมวัยได้อย่างไรจงอธิบาย
   -การเน้นทางด้านพัฒนาการทางสติปัญญา โดยใช้วิธีความสามารถทางด้านพัฒนาการและการเรียนรู้

9.การนำแนวคิดด้านพัฒนาการทางบุคลิกภาพไปใช้ในกาารจัดการศึกษาปฐมวัยได้อย่างไรจงอธิบาย
   -พัฒนาการทางด้านบุคลิกภาพของเด็กขึ้นอยู่กับการเปลี่ยแปลงทางชีวภาพร่างกายและปฏิสัมพันธ์กับสิ่งแวดล้อมของเด็ก

10.การนำแนวคิดด้านการพัฒนาการทางสังคมไปใช้ในการจัดการศึกษาปฐมวัยได้อย่างไรจอธิบาย
   -พัฒนาการทางสังคมของเด็กเกิดจากการเรียนรู้จากการมีปฏิสัมพันธ์กับบุคคลในสังคม ที่จะเรียนจากตัวแบบตลอดจนผลการกระทำพฤติกรรม


แบบฝึกหัดบทที่3


1.จงอธิบายถึงการจัดการศึกษาปฐมวัยในประเทศอังกฤษ
   -การศึกษาปฐมวัยในประเทศอังกฤษอยู่ในความรับิดชอบของโรงเรียนบริบาล
   -โรงเรียนบริบาลเน้นหนักไปทางกิจกรรมการเล่นสำหรับบเด็ก เด็กจะได้สนุกสนานกับการฟังนิทาน ดนตรี โคลงกลอนและเล่นตามธรรมชาติ

2.จงอธิบายถึงการจัดการศึกษาปฐมวัยในประเทศสหรัฐอเมริกา
   -การศึกษาปฐมวัยมี3รูปแบบหลักๆคือ แบบเลี้ยงดูในบ้าน แบบครอบครัวและศูนย์ดูแลเด็ก ทุกรูปแบบจะช่วยเหลือเด็กในด้านสังคม อารมณ์ สติปัญญา และการพัฒนากล้ามเนื้อ

3.จงอธิบายถึงการจัดการศึกษาปฐมวัยใน อัลเบอร์ตา แคนาดา
   -การศึกษาปฐมวัยของอัลเบอ์ตา แคนานดา เน้นการส่งเสริมให้เด็กพัฒนาการและมีเจตคติที่ดีต่อตนเอง มีความภูมิใจและเห็นคุณค่าในตนเอง โปรแกรมการศึกษาจะตอบสนองความต้องการของเด็ก ทางด้านทุนการศึกษา สุขภาพ อนามัย ครอบครัว และสังคมโดยยึดระดับภูมิภาคเป็นหลัก

4.จงอธิบายถึงการจัดการศึกษาปฐมวัยในประเทศเม็กซิโก
   -หลักสูตรการศึกษาปฐมวัยของประเทศเม็กซิโกเน้นความสำคัญที่ครูจะต้องรู้จักเด็กทุกคน คำนึงถึงความแตกต่างระหว่างบุคคลและให้ความสำคัญกับการอยู่ร่วมกันเป็นกลุ่ม จัดกิจกรรมให้มีการพัฒนา สติปัญญา เจตคติและทักษะสัมพันธ์ให้มีความสมดุลกันในสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการแสดงออกของเด็กอย่างมีอิสระ

5.จงอธิบายถึงการจัดการศึกษาปฐมวัยในประเทสอิสราเอล
   -ประเทศอิสราเอลให้ความสำคัญกับการศึกษาและกาารอบรมเลี้ยงดูเด็กเล็ก การศึกษาปฐมวัยในประเทสอิสราเอลจะเป็นมาตารฐานเดียวกันและมีคุณภาพเท่าเทียมกัน จัดเป็นการศึกษาภาคบังคับ มีโปรแกรมการศึกษาเด็กเล็กและโรงเรียนเด็กวัยก่อนเข้าเรียน

6.จงอธิบายถึงการจัดการศึกษาปบมวัยในประเทศญี่ปุ่น
   -ประเทศญี่ปุ่นให้ความสำคัญกับการศึกษาปฐมวัยโดยมีหลากหลายแนวคิดของนักศึกษา การจัดการศึกษาปฐมวัยของญี่ปุ่นจึงมีการจัดการดำเนินงานใน2ประเภท คือ
    1.แบบสถานรับเลี้ยงเด็ก
    2.แบบโรงเรียนอนุบาล
    ในระยะแรกจะเน้นเพื่อพัฒนาสติปัญญาต่อมาก็มีการพัฒนาเด็กทั้งด้านร่างกาย จิตใจ สติปัญญา พร้อมทั้งจริยธรรม

7.จงเปรียบเทียบการจัดการปฐมวัยในประเทศอังกฤษกับประเทศสหรัฐอเมริกา
   -การศึกษาปฐมวัยในประเทศอังกฤษอยู่ในความรับผิดชอบของโรงเรียนบริบาลและโรงเรียนสำหรับเด็กวัยแรก แต่การศึกษาปฐมวัยในประเทศสหรัฐอเมริกา คือแบบเลี้ยงดูในบ้าน แบบครอบครัวและศูนย์ดูแลเด็ก

8.จงเปรียบเทียบการจัดการปฐมวัยในประเทศเม็กซิโกกับแระเทศอิสราเอล
   -การศึกษาปฐมวัยในประเทศเม็กซิโกเน้นความสำคัญที่ครูจะต้องรู้จักเด็กทุกคนและคำนึงถึงความแตกต่างระหว่างบุคคล แต่การศึกษาปฐมวัยในประเทศอิสราเอลเป็นการศึกษาภาคบังคับและให้เปล่า

9.จงเปรียบเทียบการจัดการศึกษาปฐมวัยในอัลเบอร์ตา แคนาดากับประเทศญี่ปุ่น
   -การศึกษาปฐมวัยในแคนาดาส่งเสริมให้เด็กมีพัฒนาการและเจตคติที่ดีต่อตนเองโดยยึดหลักระดับภูมิภาคเป็นหลัก แต่ประเทศญี่ปุ่นจะส่งเสริมความถนัดตามธรรมชาติ ปลูกฝังคุรธรรมและมีแบบอย่างพฤติกรรมที่เหมาะสม

10.ท่านคิดว่าการจัดการศึกษาปฐมวัยในประเทศใดที่สามารถจัดได้อย่างดีและเหมาะสม
    -ประเทศญี่ปุ่น เพราะจัดการศึกษาให้เด็กตั้งแต่แรกเกิดและก่อนวัยเรียน ให้มีพัฒนาการครบทั้ง4ด้าน



แบบฝึกหัดบทที่4


1.จงอธิบายถึงการจัดการศึกษาปฐมวัยในช่วงไม่มีระบบโรงเรียน
   -เป็นการศึกษาแบบไม่เป็นทางการคือ ไม่มีการกำหนดหลักเกณฑ์ที่แน่นอน ไม่โรงเรียนสำหรับเรียนโดยเฉพาะ ไม่มีหลักสูตร ไม่มีการบังคับการเรียนขึ้นอยู่กับความสมัครใจของผู้เรียน เนื้อหาด้านพุทธิศึกษาและวิชาชีเป็นหลัก

2.จงอธิบายถึงปัจจัยที่ทำให้เกิดการปฏิรูปการศึกษาในสมัยสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
   -แนวคิดและวิทยาการต่างๆของชาติตะวันตก
   -ภัยจากการคุกคามของประเทศมหาอำนาจ
   -ความต้องการบุคคลที่มีความรู้เข้ามารับราชการ
   -การที่พระองค์ได้เสด็จต่างประเทศทำให้ได้แนวคิดเพื่อนำมาปฏิรูปการศึกษาและการใช้เป็นแนวทางการพัฒนาบ้านเมือง

3.จงอธิบายถึงวิชาหรือเนื้อหาสาระ10อย่างของโรงเลี้ยงเด็ก พ.ศ.2533
   1.ให้อ่านหนังสือออก เขียนได้
   2.ให้คิดเลขเป็น
   3.ให้รู้จักรักษาอิริยาบถ
   4.ให้หุงข้าวต้มแกงเป็น
   5.ให้เย็บผ้าเป็น
   6.ให้ขึ้นต้นไม้เป็น
   7.ให้ว่ายน้ำเป็น
   8.ให้ปลูกทับกระท่อมที่อยู่เป็น
   9.ให้รู้จักปลูกต้นไม้
  10.ให้รู้จักเลี้ยงสัตว์

4.การจัดการศึกษาปฐมวัยก่อนประถมศึกษาในโครงการศึกษา พ.ศ.2441 แบ่งออกเป็นกี่ระดับจงอธิบาย
   1.การเล่าเรียนเบื้องแรก(มูลศึกษา)
   2.การเล่าเรียนเบื้องต้น(ประถมศึกษา)
   3.การเล่าเรียนเบื้องกลาง(มัธยมศึกษา)
   4.การเล่าเรียนเบื้องสูง(อุดมศึกษา)

5.ในยุคเริ่มต้นของการจัดอนุบาลเอกชน พ.ศ.2454-2470 มีการเปลี่ยนแปลงอย่างไรจงอธิบาย
   -เปิดแผนกอนุบาลขึ้นในโรงเรียนเอกชนหลายแห่ง
   -มีการประกาศพระราชบัญญัติประถมศึกษา

6.การจัดตั้งโรงเรียนอนุบาลละอออุทิศมีความเป็นมาอย่างไรจงอธิบาย
   -กระทรวงธรรมการได้เห็นความสำคัญของการจัดการศึกษาปฐมวัยจึงได้จัดส่งครูไปศึกษาดูงานในประเทศญี่ปุ่น6เดือนและได้กลับมาจัดเตรียมการดำเนินงานโรงเรียนอนุบาล

7.แผนการศึกษาชาติฉบับ พ.ศ.2503 แบ่งการศึกษาออกเป็นกี่ระดับจงอธิบาย
  1.ระดับประถมศึกษา
  2.ระดับมัธยมศึกษา
  3.ระดับอุดมศึกษา

8.ในปี พ.ศ.2523 กระทรวงศึกษาธิการได้มีการจัดตั้งหน่วยงานใดให้รับผิดชอบการศึกษาระดับก่อนประถมศึกษา จงอธิบาย
   -สำนักงานคณะกรรมการการประถมศึกษาแห่งชาติ

9.หลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พ.ศ.2546 มีความเป็นมาอย่างไร จงอธิบาย
   -กระทรวงศึกษาธิการได้แต่งตั้งคณะกรรมการพัฒนาหลักสูตรการศึกษาปฐมวัยขึ้นใหม่ เพื่อให้ได้หลักสูตรที่สอดคล้องกับ พรบ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2542 และสอคล้องกับหลักสูตรการศึกษาขั้นเพื่อฐาน พ.ศ.2544 และได้มีการเปลี่ยนชื่อจากหลักสูตรก่อนประถมศึกษาเป็นหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย

10.จงวิเคราะห์ถึงหลักการศึกษาปฐมวัยของไทยตามความรู้ความเข้าใจของนักศึกษา
    -การศึกษาปฐมวัยเริ่มด้วยจุดมุ่งหมายเพื่อเตรียมความพร้อมของเด็กเข้าเรียนชั้นประถมซึ่งจัดกันเองไม่ปรากฏว่ามีหลักสูตร ต่อมาจึงมีหลักสูตรกลางถึงการศึกษาระดับนี้ แต่เพียงกำหนดนโยบายไม่ได้เป็นแนวทางในการปฏิบัติ


แบบฝึกหัดบทที่5


1.จงอธิบายถึงจุดมุ่งหมายในการจัดสถานศึกษาระดับปฐมวัย
   -เพื่อช่วยพัฒนาเด็กให้มีความงอกงามทั้ง4ด้าน
   -เพื่อเตรียมให้เด็กมีความพร้อมที่จะเข้าเรียนในระดับประถมศึกษา
   -เพื่อฝึกฝนให้เด็กมีระเบียบวินัย
   -เพื่อปลูกฝังนิสัยที่ดีงามแก่ศิษย์
   -เพื่อฝึกให้เด็กช่วยเหลือตนเอง
   -เพื่อส่งเสริมให้เด็กได้รับการเลี้ยงดูอย่างถูกต้องเหมาะสม

2.จงอธิบายถึงแนวคิดในการเลือกรูปแบบการจัดการศึกษาปฐมวัย
   -เด็กทุกคนมีลักษณะที่แตกต่างกัน
   -พันธุกรรมและสิ่งแวดล้อมเป็นตัวกำหนดพัฒนาการของเด็กแต่ละคน
   -การเลี้ยงดูและจัดประสบกาารณ์ที่เหมาะสม
   -การเจริญเติบโตหมายถึงการเปลี่ยนเเปลง
   -การเล่นเป็นสิ่งสำคัญในการเรียนรู้
   -พฤติกรรมเกิดขึ้นจากแรงจูงใจภายในและภายนอก

3.จงอธิบายถึงรูปแบบของการจัดการศึกษาปฐมวัย ตามแนวคิดของเยาวพา เดชะคุปต์ทั้ง9รูปแบบ
   1.โรงเรียนอนุบาล
   2.สถานบริบาลเด็ก
   3.โรงเรียนสำหรับเด็กก่อนวัยเรียน
   4.ศูนย์เลี้ยงเด็กกลางวัน
   5.บ้านรับเลี้ยงเด็ก
   6.โครงการเฮดสตาร์ท
   7.ศูนย์แม่และเด็ก
   8.โครงการโฮมสตาร์ท
   9.โครงการให้การศึกษาแก่พ่อแม่

4.จงอธิบายถึงรูปแบบการจัดการศึกษาปฐมวัยในรูปแบบโรงเรียน
    -มีรูปแบบการจัด2ลักษณะ
     1.ชั้นอนุบาล ใช้เวลาในการจัดการศึกษาประมาณ 2-3ปี่
     2.ชั้นเตรียมประถมศึกษา ใช้เวลาในการจัดการศึกษา 1ปี

5.จงอธิบายถึงรูปแบบการจัดการศึกษาปฐมวัยในรูปแบบศูนย์พัฒนาเด็ก
   -เพื่อส่งเสริมพัฒนาการเตรียมความพร้อมให้กับเ็กอย่างเหมาะสม
   -เพื่อปลูกฝังสุขนิสัยที่ดีและปรับตัวให้เข้ากับสังคมนอกบ้าน
   -ให้ความรู้ความเข้าใจแก่ผู้ปกครองเกี่ยวกับการพัฒนาเด็กอย่างถูกวิธี
   -เพื่อกระตุ้นให้องค์กรท้องถิ่นและครอบครัวมีบทบาทในการอบรมเลียงดูเด็ก

6.จงอธิบายถึงรูปแบบการจัดการศึกษาปฐมวัยในรูปแบบอื่น
    -เนื่องจากมีเด็กบางกลุ่มไม่มีโอกาศเข้ารับบริการ การอบรมเลี้ยงดูจากโรงเรียนหรือศูนย์พัฒนาเด็กจึงมีการจัดกิจกรรมรูปแบบอื่นๆ เช่น การพัฒนาเด็กโดยหน่วยงานพัฒนาเด็กเคลื่อนที่ การให้ความรู้ความเข้าใจแก่พ่อแม่ส่งเสริมให้เด็กมีพัฒนาการครบทุกด้าน

7.จงอธิบายถึงหน่วยงานที่การจัดการศึกษาปฐมวัยในระบบโรงเรียนอนุบาล
   -กระทรวงศึกษาธิการ
   -กระทรวงวัฒนธรรม
   -สำนักนายกรัฐมนตรี
   -กระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคม

8.จงอธิบายถึงหน่วยงานที่การจัดการศึกษาปฐมวัยในรูปแบบศูนย์พัฒนาเด็ก
   -กระทรวงวัฒนธรรม
   -กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน
   -กระทรวงมหาดไทย
   -มูลนิธิ สมาคม บริษัท

9.จงอธิบายถึงหน่วยงานที่การจัดการศึกษาปฐมวัยในรูปแบบการศึกษาอื่นๆ
   -องค์กรท้องถิ่น
   -อาสาสมัคร
   -มูลนิธิเพื่อพัฒนาเด็ก
   -มูลนิธิสงเคราะห์เด็กของสภากาชาดไทย
   -มูลนิธิเด็กอ่อนในสลัม
   -โสสะมูลนิธิแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์

10.จงอธิบายถึงการดำเนินการและลักาณะของโรงเรียนอนุบาล
     การดำเนินการ
    -โรงเรียนอนุบาลของรัฐ อยูในความดูแลของกระทรวงศึกษาธิการ
    -โรงเรียนอนุบาลของรัฐ อยู่ในควาดูแลของคระกรรมการอุดมศึกษาหน่วยงานที่รับผิดชอบคือมหาวิทยาลัย
    -โรงเรียนอนุบาลของเอกชน อยู่ในความดูแลของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน กระทรวงศึกษาธิการ
      ลักษณะของโรงเรียนอนุบาล
    1.ขนาด
       -โรงเรียนอนุบาลขนาดเล็ก เด็กประมาณ 80 คน
       -โรงเรียนอนุบาลขนาดกลาง เด็กประมาณ 150 คน
       -โรงเรียนอนุบาลขนาดใหญ่ เด็กประมาณ 150 คนขึ้นไป
    2.สถานที่ตั้งควรใกล้ชุมชน
    3.อาคารควรเป็นอาคารชั้นเดียว
    4.บริเวณโรงเรียนไม่น้อยกว่า 150 ตารางวา
    5.ห้องเรียนขนาด 6 x 8 เมตร หรือ 7 x 9 เมตร
    6.เครื่องเล่น
       -เครื่องเล่นในร่ม
       -เครื่องเล่นในสนาม


แบบฝึกหัดบทที่6


1.จงอธิบายถึงความหมายของนวัตกรรมทางการศึกษาปฐมวัย
   -การนำแนวคิดและวิธีการหรือการกระทำใหม่ๆตลอดจนวัสดุอุปกกรณ์ต่างๆ ทางการศึกษาปฐมวัยมาใช้ในการปรับปรุงประสิทธิภาพการจัดการศึกษาปฐมวัยให้ดียิ่งขึ้นโดยมีเป้าหมายที่ชัดเจน

2.จงอธิบายถึงความสำคัญของนวัตกรรมทางการศึกษาปฐมวัยที่มีต่อเด็กปฐมวัย
   -นวัตกรรมทางการศึกษาปบมวัยเป็นการนำแนวคิดและวิธีการในการจัดการศึกษาปฐมวัย เพื่อพัฒนาเด็กให้มีพัฒนาการโดยองค์รวมได้อย่างมีประสิทธิภาพและสอดคล้องกับหลักพัฒนาการและธรรมชาติของเด็กปฐมวัย

3.จงอธิบายถึงทฤษฎีที่มีอิทธิพลต่อรูปแบบการพัฒนาเด็กปฐมวัยตามวิถีชีวิตไทย
   -แนวคิดทางพระพุทธศาสนาที่เกี่ยวกับการพัฒนาเด็ก
   -แนวคิดทางวัฒนธรรมไทย
   -ข้อมูลเกี่ยวกับสภาพปัญหาและความต้องการของเด็กไทย
   -แนวโน้มของสังคมไทย
   -แนวคิดทั่วไปเกี่ยวกับการศึกษา
   -แนวคิดเกี่ยวกับการศึกษาปฐมวัย

4.จงวิเคราะห์ถึงกระบวนการพัฒนาของหลักการและรูปแบบการพัฒนาเด็กปฐมวัยตามวิถีชีวิตไทย
   -ขั้นการสร้างหลักการพัฒนาเด็กปฐมวัยตามวิถีชีวิตไทย
   -ขั้นการสร้างรูปแบบการพัฒนาการเด็กปฐมวัยตามวิถีไทย
   -ขั้นการทดลองใช้หลักการและรูปแบบที่พัฒนาขึ้น
   -ขั้นการเผยแพร่ผลงานวิจัย

5.จงอธิบายถึงการนำรูปแบบการพัฒนาเด็กปฐมวัยตามวิถีชีวิตไทยไปใช้ในการจัดการศึกษาปฐมวัย
    รูปแบบการพัฒนาเด็กปฐมวัยตามวิถีไทย ขึดหลักการพัฒนา2รูปแบบคือ
     -รูปแบบการอบรมเลี้ยงดูเด็กปฐมวัยตามวิถีชีวิตไทยโดยครอบครัวเป็นรูปแบบที่มุ่งพัฒนาเด็กวัย 0-3 ปีผ่านทางการพัฒนาพ่อแม่หรือผู้เลี้ยงดู
     -รูปแบบการอบรมเลี้ยงดูเด็กปฐมวัยตามวิถีไทย รูปแบบที่มุ่งพัฒนาเด็กวัย 3-6ปี ผ่านทางการพัมนาผู้ดูแลเด็ก

6.จงอธิบายถึงหลักการของการศึกษาแนววิถีพุทธในการพัฒนาคนให้เป็นผู้ที่มีความรู้
   -พระพุทธเจ้าได้ทรงวางหลักการพัฒนามนุษย์และหลักการเรียนรู้ได้อย่างเป็นระบบ ครบกระบวนการมีองค์ประกอบและขั้นตอนตามลำดับต่อเนื่องสมบูรณ์

7.จงอธิบายถึงหลักของการเรียนรู้ตามแนววิถีพุทธ
  -เน้นการเรียนรู้ การค้นพบด้วยตนเอง การประเมินตนเองและปรับปรุงแก้ไขผลแห่งหารปฏิบัติ โดยมีครูเป็นกัลยานิมิตรคอยชี้แนะและสร้างบรรยากาศทางวิชาการและสิ่งแวดล้อมที่มีสุนทรียภาพ

8.จงอธิบายถึงปัจจัยของการเรียนรู้ตามแนววิถีพุทธ
   -ปัจจัยของการเรียนรู้มี2ปัจจัยหลักคือ ปัจจัยภายนอก ได้แก่ วิธีการแห่งศรัทธา และปัจจัยภายใน ได้แก่ วิธีการแห่งปัญญา

9.จงอธิบายถึงแนวคิดการสอนแบบจิตปัญญา
   -เป็นการสอนที่มุ่งพัฒนาจิตใจของผู้เรียนที่ต้องการเรียนอย่างมีความสุขควบคู่ไปกับการพัฒนาปัญญาการสอนจะเน้นที่กิจกรรมการจัดการเรียนการสอนที่จะทำให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ด้วยตนเอง

10.จงเปรียบเทียบแนวคิดของรูปแบบการพัฒนาเด็กปฐมวัยตามวิถีไทยกับแนวคิดการสอนแบบจิตปัญญามีความแตกต่างกันหรือมีความเหมือนกันอย่างไร
    -วิถีไทย การจัดกิจกรรมและประสบการณ์การเรียนรู้ให้แก่เด็กได้ลงมือทำเป็นวิถีชีวิตได้เรียนรู้แบบธรรมชาติจาการปฏิสัมพันธ์กับสังคม
    -การสอนแบบจิตปัญญามีการเน้นที่จิตใจและความงอกงามทางปัญญาของผู้เรียน


แบบฝึกหัดบทที่7


1.จงอธิบายถึงแนวคิดการสอนแบบมอนเตสซอรี่
    -การสอนแบบมอนเตสซอรี่เป็นการเรียนการสอนที่ยึดเด็กเป็นศูนย์กลาง วึ่ง ดร.มาเรีย มอนเตสซอรี่เชื่อว่าการศึกษากับในวัยเริมต้น ไม่ใช่การนำความรู้ไปบอกเด็ก แตาควรเป็นกาารปลูกฝังให้เด็กได้เจริญเติบโตไปตามธรรมชาติของเขา 

2.จงอธิบายถึงการจัดหลักสูตรการเรียนการสอนแบบมอนเตสซอรี่
   -การจัดหลักสูตรแบบมอนเตสซอรี่จะแบ่งหลักสูตรพื้นฐานสำหรับเด็กอายุ 3-6ปี เป็นกลุ่ม 3กลุ่มใหญ่ๆได้แก่  1.การศึกษาทางด้านทักาะกลไก
           2.การศึกษาด้านประสาทสัมผัส
           3.การตระเตรียมสำหรับการเขียนและคณิตศาสตร์

3.จงอธิบายถึงแนวคิดในการสอนแบบธรรมชาติ
   -การสอนภาษาแบบธรรมชาติมีแนวคิดที่สอดคล้องกับลักษณะและหน้าที่ของภาษาคือ ใช้ภาษาเพื่อการสื่อสารอย่างมีความหมายและเหมาะสมกับพัฒนาการด้านการรู้หนังสือของเด็ก

4.จงอธิบายถึงแนวการจัดกิจกรรมการสอนภาษาแบบธรรมชาติ
   -การจัดประสบการณ์การเรียนการสอนที่เน้นการสอนภาษาอย่างมีความหมายให้เด็กได้เรียนรู้ภาษาจากสิ่งต่างๆในชีวิตประจำวัน โดยการจัดสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนภาษา เปิดโอกาสให้เด็กได้ใช้ภาษาในการสื่อภาษา ให้เด็กพัฒนาทักษะทางภาษาทั้งในด้านการฟัง พูด อ่าน เขียนไปพร้อมๆกันเปิดโอกาสให้เด็กได้เลือกทำในสิ่งที่สนใจลงมือทำด้วยตนเอง โดยครูเป็นผู้สนับสนุนการเรียนรู้และร่วมมือจัดการเรียนการสอนร่วมกันระหว่างเด็กกับครู

5.จงอธิบายถึงแนวคิดการสอนแบบเรกจิโอ เอมิเลีย
   -การศึกษาแบบเรกจิโอ เอมืเลีย มีหลัคิดสำคัญคือการเรียนรู้เกิดจากปฏิสัมพันธ์และบริบทที่เด็กอยู่เป็นตัวกำหนด

6.จงอธิบายถึงหลักการเรียนการสอนของเรกจิโอ เอมิเลีย
   -หลักการเรียนการสอนแนวเรกจิโอ เอมิเลียจะเน้นให้เด็กได้ลงมือทำโครงการอย่างจริงจัง ดังนั้นแต่ละโครงการจึงจะใช้เวลาค่อนข้างมาก และได้ผลงานเพียงไม่กี่ชิ้น การประเมินผลจึงวัดจากผลงานและการสื่อสารของเด็กเป็นหลัก

7.จงอธิบายถึงหลักการเรียนการสอนแบบไฮสโคป
   -ไฮสโคป(High Scope) เป็นการสอนที่เน้นการเรียนรู้แบบลงมือทำผ่านมุมเล่นที่หลากหลายด้วยสื่อและกิจกรรมที่เหมาะสมกับพัฒนาการของเด็ก และการแก้ปัญหาอย่างกระตือรือร้น โดยการให้โอกาสเด็กเป็น(ุ้ริเริ่มการเล่นหรือกิจกรรมต่างๆอย่างอิสระ ไฮสโคปใช้หลักปฏิบัติ3ประการ คือ
   1.การวางแผน(Plan)
   2.การปฏิบัติ(Do)
   3.การทบทวน(Review)

8.จงอธิบายถึงหลัการเรียนการสอนแบบโครงการ
   -การเรียนการสอนแบบ Project Approach ซึ่งมีกระบวนการเรียน แบ่งออกเป็น3ระยะ คือ
  ระยะที่1 เริ่มต้นโครงการจุดเริ่มต้นของProject Approach เริ่มต้นด้วยการเสนอหัวข้อเลือกที่เด็กๆสนใจจะเรียนรู้ ซึ่งเด็กๆได้ร่วมกันเสนอเรื่องต่างๆ
  ระยะที่2 สืบค้น ระยะสืบค้นนี้เด็กๆได้ร่วมกันสืบค้นจากแหล่งข้อมูลต่างๆเพื่อหาคำตอบในสิ่งที่ตนเองสงสัยและนำมาสรุปร่วมกับเพื่อนเพื่อหาคำตอบโดยเด็กๆ
  ระยะที่3 รวบรวมและการสรุป ประกอบไปด้วย
   1.การแสดงผลงาน
   2.สนทนาสรุปการดำเนินกิจกรรม/ข้อเสนอแนะ ปัญหาและอุปสรรคในการปฏิบัติงาน

9.จงอธิบายถึงหลักการเรียนการสอนแบบวอลดอร์ฟ
   -แนวการเรียนการสอนแบบวอลดอร์ฟ เป็นแนวการศึกษาที่บูรณาการวิชาการไปกับกิจกรรมต่างๆโดยมีครูคอยดูแลและอำนวยความสะดวก เน้นการจัดบรรยากาศในการเรียนการสอนที่เน้นความงดงามของธรรมชาติทั้งในกลางแจ้งและในห้องเรียน โดยเชื่อว่าช่วยให้เกิดการเรียนรู้ที่ดี เพื่อพัฒนาให้เด็กเป็นมนุษย์ที่มีบุคลิกภาพที่สมดุลกลมกลืนไปกับโลกและสิ่งแวดล้อม

10.จงเลือกและอธิบายถึงแนวคิดการสอนที่คิดว่าดีที่สุดและเหมาะสมที่สุดสำหรับเด็กปฐมวัย พร้อมให้เหตุผลประกอบ
    -แนวคิดที่คิดว่าดีที่สุดและเหมาะสมที่สุดสำหรับการเรียนการสอนในระดับปฐมวัย คือแนวการเรียนการสอนแบบวอลดอร์ฟเพราะเน้นเรื่องของการเชื่อมโยงมนุษย์กับจักรวาล โดยมีมุมมองว่าเด็กควรได้เล่นอย่างอิสระชีวิตเรียบง่ายกลมกลืนกับธรรมชาติ


แบบฝึกหัดบทที่8


1.จงอธิบายถึงรูปแบบการจัดการศึกษาปฐมวัยในปัจจุบัน
   -รูปแบบการจัดการศึกษาปฐมวัยในปัจจุบันสามารถดำเนินได้ 3รูปแบบ ได้แก่ การศึกษาในระบบ การศึกษานอกระบบ และการศึกษาตามอัธยาศัย
2.จงวิเคราะห์และสรุปถึงปัญหาของการจัดการศึกษาปฐมวัย
   1.อัตราการตายของเด็กแรกเกิดสูงถึงปีละ 40,000 คน
   2.เด็กไทยเกิดมาพร้อมกับความพิการบางอย่าง ซึ่งมีเพียงร้อยละ 10 ของเด็กเหล่านี้ที่ได้รับการพัฒนาอย่างถูกต้อง
   3.การกระจายโอกาสทางการศึกษาแก่เด็กวัย 3-5ปียังไม่ทั่วถึง
   4.คุณภาพการจัดการศึกษาแก่เด็กวัย 3-5ปี เด็กมีการพัฒนากล้ามเนื้อและด้านอื่นๆเพิ่มขึ้นแต่การพัฒนาด้านสติปัญญายังอยู่ในเกณฑ์ต่ำ
   5.ปัญหาการถูกทอดทิ้งและทารุณกรรม
   6.ครอบครัวแตแยก
   7.โรคติดเชื้อที่ได้รับจากพ่อแม่
  10.ภาระในการเลี้ยงดูอบรมเด็กยังเป็นหน้าที่ของพ่อแม่เป็นส่วนใหญ่

3.จงอธิบายถึงแนวโน้มของการจัดการศึกษาปฐมวัยในเรื่องการให้บริการแก่เด็กอายุ3-5ปี
   -แนวโน้มการจัดการศึกษาปฐมวัยเกิดจากสภาพปัญหาที่เกี่ยวข้องกับตัวเด็กและความต้องการในการเปลี่ยนแปลงการจัดการศึกษาปฐมวัยที่ต้องการให้เด็กได้รับโอกาสในการเข้าศึกษาเพื่อพัฒนาเด็กปฐมวัยให้มีการพัฒนาตามศักยภาพ

4.จงอธิบายถึงแนวโน้มในการให้ชุมชนมีส่วนร่วมในการจัดการศึกษาปฐมวัย
   -หน่วยงานต่างๆที่เกี่ยวข้องกับเด็กปฐมวัยตระหนักถึงบทบาทหน้าที่ในการพัฒนาเด็กและหาวิธีในการส่งเสริมการเรียนรู้ของเด็กปฐมวัยโดยการร่วมมือจากพ่อแม่ ผู้ปกครอง โรงเรียนและชุมชน เพื่อเกิดประโยชน์แก่เด็กได้รับการพัฒนาอย่างเต็มศักยภาพ

5.จงอธิบายถึงความต้องการที่จะเปลี่ยนแปลงในการจัดการศึกษาปฐมวัย
   1.มีการยอมรับความสำคัญของปฐมวัยในรูปแบบของการกระทำมากยิ่งขึ้น
   2.มีการยอมรับว่า การเตรียมความพร้อมที่ดีสำหรับเด็กในปฐมวัยมีส่วนช่วยให้เด็กเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพ
   3.พ่อแม่เห็นความจำเป็นที่จะต้องมีแหล่งในการเตรียมความพร้อมของเด็กที่มิใช่สถานที่สอนให้เด็กปฐมวัยต้องมาอ่าน เขียน หรือคำนวณ
   4.โดยที่ลักษณะของครอบครัวไทย เรื่มเปลี่ยนจากครอบครัวขยายมาเป็นครอบครัวเดี่ยวที่แต่พ่อแม่ลูก เมื่อพ่อแม่ออกจากบ้านไปทำงานทั้งคู่ หากมีเด็กในวัยปฐมวัยก็จำเป็นต้องหาที่เลี้ยงดูเด็กให้บุตรของตน 
   5.ในส่วนที่เกี่ยวกับองค์การของรัฐและเอกชน หน่วยงานต่างๆของรัฐได้ให้ความสนใจงานพัฒนาเด็กปฐมวัยมากขึ้น
   6.ผลการศึกษาวิจัยเกี่ยวกับการศึกษาปฐมวัยได้กำหนดไว้เด่นชัดถึงการเปลี่ยนแปลงรูปแบบ บทบาทพ่อแม่ในครอบครัวและสมาชิก ชุมชน การเปลี่ยแปลงการเรียนการสอน และการใช้เทคโนโลยีการศึกษามีส่วนกระตุ้นให้องค์การของรัฐกำหนดเป็นนโยบายในการให้การศึกษาปฐมวัย

6.จงอธิบายถึงแนวโน้มของนโยบายของรัฐในการจัดการศึกษาปฐมวัยของไทย
   1.รัฐควรมีมาตรฐานการให้ความช่วยเหลือแก่แม่ที่มีปัญหาพิเศษบางกลุ่ม เช่น แม่วัยรุ่น แม่ในเรือนจำ และควรมีการกำหนดบทลงโทษสำหรับพ่อแม่ที่ทอดทิ้งลูก ทารุณลูก หรือขายแรงงานลูก เพื่อลดอัตราการกระทำผิดของพ่อแม่
  2.รัฐควรมีมาตรการคุ้มครองเด็กที่มีปัญหา อาทิ เด็กถูกทารุณกรรม โดยจัดหาองค์กร กลุ่มบุคคลหรือครอบครัว ที่มีความพร้อมในการให้ความอนุเคราะห์เป็นที่พักพิงชั่วคราว

7.จงอธิบายถึงโครงการให้ความรุ้แก่พ่อแม่ ผู้ปกครองในการจัดการศึกษาปฐมวัย
  -หลักการสำคัญคือ การให้พ่อแม่ ผู้ปกครองได้รับตวามรู้ คำแนะนำและความช่วยเหลือทางวิชาการจากหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องกับเด็กปฐมวัย เพื่อให้ความรู้ความเข้าใจในวิธีการอบรมเลี้ยงดูเด็กอย่างถูกต้องเหมาะสม

8.จงอธิบายถึงโครงการความร่วมมือขององค์กรต่างๆในชุมชนในการจัดการศึกษาปฐมวัย
   -หลักสำคัญคือ การให้องค์กรต่างๆในชุมชนมีส่วนช่วยเหลือและร่วมกันในการให้กการศึกษาแก่พ่อแม่ ผู้ปกครอง รวมทั้งร่วมมือกันในการให้บริการและอบรมเลี้ยงดูเด็กปฐมวัย

9.จงอธิบายถึงโครงการเครือข่ายพ่อแม่ ผู้ปกครองในการพัฒนาการจัดการศึกษาปฐมวัย
   -หลักการสำคัญคื การให้พ่อแม่ผู้ปกครองได้รับความรู้ คำแนะนำ และความช่วยเหลือโดยการรวมกลุ่มกันจัดตั้งชมรมและเครือข่สยพ่อแม่ ผู้ปกครองเพื่อร่วมกันในการพัฒนาเด็กปฐมวัย

10.แนวโน้มของการศึกษาปฐมวัยของไทยตามความคิดเห็นของนักศึกษาเป็นอย่างไร จงอธิบาย
   -ผู้ที่เกี่ยวข้องกับการศึกษาควรเห็นความสำคัญของการศึกษาปบมวัยเนื่องจากเป็นการพัฒาเด็กอย่างมีคุณภาพ เพราะในวัยนี้เป็นช่วงวียที่สำคัญและมีการพัฒนาการมากที่สุดในช่วงชีวิต









บันทึอนุทินครั้งที่17

บันทึกอนุทินครั้งที่17 วันที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ.2561
เรียนเวลา 08:30-11:30น.



วันนี้ไปศึกษาดูงานที่มูลนิธิเด็กอ่อนในสลัม(ซอยเสือใหญ่) อาจารย์นัดเจอกันที่หอส้มตำ และออกเดินทางในเวลา08:30น. โดยการเดินเท้าไปทางแยก9


ถ่ายรูปรวมก่อนเข้าไปในมูลนิธิฯ


ก่อนเข้าไปดูเด็กๆก็มีอาจารย์มาแนะนำให้ความรู้ในการมาในครั้งนี้และควรสำรวมไม่พูดคำหยาบเพราะเด็กๆจะฟังเอาไปเป็นแบบอย่างที่ไม่ดี

เด็กๆมีความน่ารัก น่าเอ็นดู เราต้องเข้าใจเขาดูลเขาเหมือนกับครอบครัว เด็กวัยนี้ต้องการความรักความอบอุ่น ได้เรียนรู้กับเด็กๆสนุกมาก และได้ป้อนข้าวเด็กพาเด็กนอนกลางวัน ไปในครั้งนี้ได้ความรู้และประสบการณ์หลายๆอย่าง





  

วันจันทร์ที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2561

บันทึกอนุทินครั้งที่16

บันทึกอนุทินครั้งที่16 วันที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ.2561
เรียนเวลา14:30-17:30น.

วันนี้อาจารย์สอนวิธีการลงทะเบียนเรียนว่าต้องลงวิชาอะไรบ้าง และอธิบายหลักสูตร5ปีให้ฟังว่าต้องเรียนอะไรบ้าง



บันทึกอนุทินครั้งที่15

บันทึกอนุทินครั้งที่15 วันที่16 พฤศจิกายน พ.ศ.2561
เรียนเวลา 08:00-11:30น.



วันนี้อาจารย์พาไปดูงานที่โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษม อาจารย์นัดเจอที่กัน08:30น. ที่ใต้ตึกคณะวิทยาศาสตร์ ใครมาก่อนให้ลงชื่อและเลือกห้องก่อน ฉันได้เลือกไปดูห้องอนุบาล2 กิจกรรมของเด็กอนุบาล2 ในวันนี่คือ การเรียนว่ายน้ำ ฉันและเพื่อนๆไปดูเด็กเรียนวา่ายน้ำและช่วยพี่เลี้ยงเปลี่ยนชุดให้เด็กไปอาบน้ำและแต่งตัวให้เด็กๆ เมื่อกลับมาที่ห้องเรียนเด็กก็เอากระเป๋าไปวางไว้ที่ชั้นวางของตนเองและมานั่งที่นั่งของตัวเองอย่างเรียบร้อย คุณครูได้แจกสมุดแบบฝึกหัดและสอนเขียนคำว่า "ไถ ไป ไอ" คุณครูให้เด็กลองออกไปเขียนให้เพื่อนๆดู หลังจากนั้นก็ให้เด็กไปนั่งเขียนที่โต๊ะ ใครเขียนเสร็จก็นำไปส่งคุณครู แล้วไปเล่นของเล่นได้ ฉันและเพื่อนๆได้สอนเด็กเขียน พอถึงเวลา11:30น. ฉันและเพื่อนๆก็ได้เดินทางกลับ



บันทึกอนุทินครั้งที่14

บันทึกอนุทินครั้งที่14 วันที่15 พฤศจิกายน พ.ศ.2561
เรียนเวลา14:30-17:30น.


วันนี้ไม่มีการเรียนการสอนเนื่องจากอาจารย์จะพาไปดูงาน

บันทึกอนุทินครั้ง13

บันทึกอนุินครั้งที่13 วันที่8 พฤศจิกายน พ.ศ.2561
เรียนเวลา14:30-17:30น.


วันนี้ไม่มีการเรียนการสอนเนื่องจากอาจารย์จะพาไปดูงาน

บันทึกอนุทินครั้งที่12

บันทึกอนุทิครั้งที่12 วันที่1 พฤศจิกายน พ.ศ.2561
เรียนเวลา14:30-17:30น.

วันนี้อาจารย์ให้แต่ละกลุ่มออกมานำเสนองานในหัวข้อที่จับฉลากได้ซึ่งกลุ่มฉันได้หัวข้อ "การสอนแบบมอนเตสซอรี่"



เป็นนวัตกรรมที่เริ่มจากการพัฒนาแนวการสอนเพื่อใช้กับเด็กที่มีความบกพร่องทางสติปํญญามาใช้กับเด็กปกติโดยให้ความสำคัญกับการจัดการเตรียมสิ่งแวดล้อมและอุปกรณ์การเรียนการสอนที่เน้นฝึกฝนด้วยประสาทสัมผัส

จุดมุ่งหมาย
1.ช่วยให้เด็กได้พัฒนาการเรียนรู้ด้วยตนเอง
2.ช่วยให้เด็กได้พัฒนาความรู้สึกรับผิดชอบ
3.ช่วยให้เด็กได้พัฒนาทักษะทางสังคม
4.ช่วยให้เด็กได้พัฒนาอารมณ์
5.ช่วยให้เด็กได้พัฒนาสติปัญญา

ทฤษฎีการสอน
ระยะที่1 แรกเกิดถึง5ปี เป็นระยะซึมซับการเรียนรู้
ระยะที่2 อายุ3เดือนถึง5 1/2ปี เป็นระยะเรียนรู้ภาษาได้ดีที่สุด
ระยะที่3 แรกเกิดถึง3ปี เป็นระยะเรียนรู้ระเบียบได้ดีที่สุด
ระยะที่4 อายุ2ถึง3ปี เป็นระยะที่เรียนรู้รายละเอียดย่อยๆ
ระยะที่5 อายุ2 1/2ถึง4ปี เป็นระยะเรียนรู้ความสันพันธ์ของการเคลื่อนไหว
ระยะที่6 อายุ2 1/2ถึง5ปี เป็นระยะเรียนรู้ความสัมพันธ์ทางสังคม

หลักการสอน
1.เด็กมีจิตที่ซึมซาบ จะซึมซาบสิ่งแวดล้อมรอบตนเองทำให้เกิดการเรียนรู้
2.ช่วงเวลาหลักของชีวิต เป็นช่วงที่สำคัญในการพัฒนาความสามารถหรือลักษณะเฉพาะตน
3.การตระเตรียมสิ่งแวดล้อม สภาพแวดล้อมจะต้องส่งเสริมให้เด็กเรียนรู้อย่างอิสระ
4.การยอมรับนับถือ เด็กแต่ละคนมีลักษณะเฉพาะตนจึงควรได้รับการยอมรับ
5.การศึกษาด้วยตนเอง เชื่อว่าการเรียนรู้จะเกิดขึ้นหรื่อไม่ขึ้นอยู่กับตนเอง

การจัดหลักสูตรการเรียนการสอน
1.การศึกษาทางด้านทักษะกลไก
2.การศึกษาทางด้านสัมผัส
3.การเตรียมสำหรับเขียนและคณิตศาสตร์

การประเมินผล
ประเมินอาจารย์
อาจารย์ตั้งใจนักศึกษาและให้คำแนะนำ

ประเมินตัวเอง
ฉันได้รู้เกี่ยงกับนวัตกรรมการศึกษาปฐมวัยของต่างประเทศ

ประเมินเพื่อน
เพื่อนๆทุกคนตั้งใจฟังและนำเสนอของกลุ่มตนเอง




บันทึกอนุทินครั้งที่11

บันทึกอนุทินครั้งที่11 วันที่25 ตุลาคม พ.ศ.2561
เรียนเวลา14:30-17:30น.


วันนี้ฉันไม่ได้ไปเรียนเพราะต้องกลับบ้านไปทำธุระ

บันทึกอนุทินครั้งที่10

บันทึกอนุทินครั้งที่10 วันที่18 ตุลาคม พ.ศ.2561
เรียนเวลา14:30-17:30น.


วันนี้ไม่มีการสอนเนื่องจากเป็นวันสอบกลางภาค

บันทึกอนุทินครั้งที่9

บันทึกอนุทินครั้งที่9 วันที่11 ตุลาคม พ.ศ.2561
เรียนเวลา14:30-17:30น.


วันนี้ก่อนเรียนอาจารย์ให้จับฉลากหัวข้องานเดี่ยวและงานกลุ่ม หัวข้อที่ฉันจับได้คือ โรงเรียนสำหรับเด็กอ่อนก่อนวัยเข้าเรียน งานกลุ่มฉันได้หัวข้อการสอนแบบมอนเตสซอรรี่



วันนี้อาจารย์สอนเรื่องรูปแบบการศึกษาปฐมวัยหน่วยงานที่จัดการศึกษาปฐมวัยลักษณะการดำเนินงานและแนวโน้มทางการศึกษาปฐมวัย

เนื้อหาที่เรียน

-จุดมุ่งหมายในการจัดสถานศึกษาในระดับปฐมวัย
-ความสำคัญของการจัดตั้งสถานศึกษาพัฒนาเด็กปฐมวัย
-แนวคิดในการเลือกรูปแบบการจัดการศึกษาปฐมวัย
-ระบบการศึกษาในประเทศไทย :การศึกษาในระบบ,การศึกษานอกระบบ,การศึกษาตามอัธยาศัย
-รูปแบบการจัดการศึกษาปฐมวัย :ศูนย์เด็กเล็กหรือสถานรับเลี้ยงเด็ก,โรงเรียนอนุบาล,ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก
-รูปแบบการจัดโรงเรียนอนุบาล :โรงเรียนอนุบาลของรัฐ,โรงเรียนอนุบาลของเอกชน
-หน่วยงานที่จัดการศึกษาปฐมวัย :กระทรวงศึกษาธิการ,กระทรวงสาธารณสุข,กระทรวงมหาดไทย,กระทรวงแรงงาน,กระทรวงวัฒนธรรม,สำนักนายกรัฐมนตรี,หน่วยงานอื่นๆที่เกี่ยวข้อง
-การจัดกการศึกษาปฐมวัยในประเทศไทย
-ทิศทางและแนวโน้มของการศึกษาปฐมวัย



หลังจากอาจารย์สอนในพาวเวอร์พอยด์จบก็แจกใบงานให้นักศึกษาวิเคราะห์แนวโน้มทางการศึกษาปฐมวัยในปัจจุบัน ใครเสณ้จก็ออกไปนำเสนอให้เพื่อนฟังหน้างชั้นเรียน

การประเมินผล
ประเมินอาจารย์
อาจารย์ตั้งใจสอนเป็นอย่างดี

ประเมินตัวเอง
ฉันได้ความรู้เกี่ยวกับรูปแบบการศึกษาปฐมวัย

ประเมินเพื่อน
เพื่อนๆทุกคนตั้งใจอาจารย์สอนและตั้งใจทำงาน










บันทึกอนุทินครั้งที่8

บันทึกอนุทินครั้งที่8 วันที่4 ตุลาคม พ.ศ.2561
เรียนเวลา 14:30-17:30น.

วันนี้อาจารย์ให้เรียนรวมกัน2เซกเหมือนเดิม ให้กลุ่มที่ยังไม่นำเสนอออกมานำเสนอต่อจากสัปดาห์ที่แล้ว หลังจากนำเสนอเสร็จอาจารย์เปิดวิดีโอเกี่ยวกับการศึกษาปฐมวัยในแต่ละประเทศให้ดู

การประเมินผล
ประเมินอาจารย์ 
อาจารย์ตั้งใจสอนและหาความรู้มาให้นักศึกษามากมาย

ประเมินตัวเอง
ฉันได้ความรู้จากกลุ่มเพื่อนที่นำเสนอ

ประเมินเพื่อน
เพื่อนตั้งใจฟังการนำเสนอและช่วยกันตอบคำถามอย่างสนุกสนาน





บันทึกอนุทินครั้งที่7

บันทึกอนุทินครั้งที่7 วันที่20 กันยายน พ.ศ.2561
เรียนเวลา 14:30-17:30น.

วันนี้อาจารย์ให้มาเรียนรวมกันทั้ง2เซก ให้แต่ละกลุ่มมานำเสนอเกี่ยวกับการศึกษาปฐมวัยในต่างประเทศที่แต่ละกลุ่มจับได้ ซึ่งกลุ่มฉันได้การศึกษาปฐมวัยในประเทศอิสราเอล



การศึกษาปฐมวัยในประเทศอิสราเอลจัดขึ้นตามความเชื่อที่ว่าการให้การศึกษาแก่เด็กในวัยนี้จะมีผลต่อการพัฒนาประเทศ เนื่องจากการหล่อหลอมกล่อมเกลาเด็กทำได้ง่ายกว่าและประสบความสำเร็จมากกว่า

รูปแบบการจัดการศึกษา
-โรงเรียนอนุบาล
-โรงเรียนเด็กเล็ก
-สถาบันรับเลี้ยงเด็ก
-การศึกษาปบมวัยในคิบบุทร์

หลักสูตรการศึกษาปฐมวัย
-แต่เดิมเป็นหลักสูตรที่เน้นเนื้อหาเป็นหลักตามประเพณีดั้งเดิม
-แผนการเรียนค่อนข้างคำนึงถึงเด็กกลุ่มมากกว่าคำนึงถึงแต่ละบุคคล
-ครูอนุบาลจะมีความพอใจในการวางแผนปฏิบัติการในการสอนของตนได้

หน่วยงานที่รับผิดชอบ
-กรทรวงศึกษาและวัฒนธรรม
-เทศบาล
-ศูนย์ชุมชน
-กระทรวงอนามัยและสวัสดิการสังคม กระทรวงแรงงานและองค์การอาสาต่างๆ

บุคลากร
-ครูอนุบาล
-สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ
-บุคลากรสนับสนุน

หลังจากนำเสนอเสร็จตั้งคำถาม3ข้อถามเพื่อนในห้อง ใครตอบถูจะได้ดาวความดี

การประเมินผล
ประเมินอาจารย๋
อาจารย์ตั้งใจฟังนักศึกษานำเสนอและช่วยอธิบายเพิ่มเติม

ประเมินตัวเอง
ได้ความรู้จากที่เพื่อนนำเสนอ และฉันก็นำเสนอแบบติดขัด

ประเมินเพื่อน
เพื่อนๆทุกคนตั้งใจนำเสนอและฟังเพื่อนกลุ่มอื่น




บันทึกอนุทินครั้งที่6

บันทึกอนุทินครั้งที่6 วันที่13 กันยายน พ.ศ.2561
เรียนเวลา14:30-17:30น.



วันนี้เรียนเรื่องประวัติความเป็นมาของการศึกษาไทยในอดีตจนถึงปัจจุบัน

เนื้อหาที่เรียน

ความหมายของการศึกษา
การศึกษาหมายถึงกระบวนการเรียนรู้เพื่อความเจริญงอกงามของบุคคลและสังคมโดยการถ่ายทอดความรู้

ความสำคัญของการศึกษา
-กระแสโลกาภิวัฒน์
-การแข่งขันกับนานาประเทศ
-การพัฒนาคนและคุณภาพของคน

การศึกษาของไทยในสมัยโบราณ

การศึกษาในสมัยสุโขทัย
สถานศึกษา: บ้าน สำนักสงฆ์ สำนักราชบัณฑิต พระราชสำนัก 
วิชาที่สอน: วิชาความรู้สามัญ วิชาชีพ วิชาจริยศึกษา วิชาศิลปะป้องกันตัว

การศึกษาในสมัยกรุงศรีอยุทยา
สถานศึกษา: เหมือนกับสมัยสุโขทัยที่ต่างออกไปคือมีโรงเรียนมิชชันนารี
วิชาที่สอน: วิชาสามัญ(ใช้แบบเรียนภาษาจินดามณี) วิชาชีพ ด้านอักษรศาสตร์ วิชาจริยศึกษา วิชาพลศึกษา

การศึกษาในสมัยธนบุรีและรัตนโกสินทร์ตอนต้น
-สมัยพระเจ้ากรุงธนบุรีเป็นระยะเก็บรวมตำราจากแหล่งต่างๆที่รอดพ้นจากการทำลายของพม่าเน้นการทำนุบำรุงตำราทางศาสนาศิลปะและวรรณคดี

การศึกษาของไทยสมัยการปกครองระบอบรัฐธรรมนูญระยะแรก
การศึกษาแบ่งเป็น:สามัญศึกษา อาชีวศึกษา

การศึกษาไทยในสมัยพัฒนาการศึกษา
-แผนการศึกษาชาติ พ.ศ.2494
-แผนการศึกษาชาติ พ.ศ.2503
-แผนการศึกษาชาติ พ.ศ.2520

การศึกษาสมัยปัจจุบัน
การจัดการศึกษามี3 รูปแบบ
-การศึกษาในระบบ
-การศึกษานอกระบบ
-การศึกษาตามอัธยาศัย

การประเมินผล
ประเมินอาจารย์อาจารย์ตั้งใจสอนและน่ารักมาก

ประเมินตัวเอง
ฉันได้รู้เกี่ยวกับการศึกษาไทยในอดีต

ประเมินเพื่อน
เพื่อนๆทุกคนตั้งใจฟังอาจารย์สอน